[tigabet-register-navbar cl="elementor-button-link elementor-button elementor-size-sm sagod-register"]

วิธีเล่น แบล็คแจ็ค แบบมือโปร เดิมพันเท่าไรก็ได้กำไร

sagod คาสิโนออนไลน์ชื่อดังแห่งปี เปิดให้บริการแล้ววันนี้ด้วยเกมส์คุณภาพชั้นเยี่ยม การันตีความสนุกแบบครบรสไม่ว่าจะเป็นแสง สี เสียง ที่จะทำให้ผู้เล่นเพลิดเพลินไปกับการเล่น สะดวกต่อการเข้าถึง เล่นง่าย เล่นได้ต่อเนื่องทุกที่ทุกเวลา มีเกมส์บริการมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเกมส์รูเล็ต บาคาร่า แบล็คแจ็ค และเกมส์อื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ตัวเว็บยังมีการพัฒนาระบบให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกมส์มีความทันสมัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมส์สล็อตที่อัปเดตเกมส์ใหม่ๆ พร้อมด้วยบทความดีๆที่คอยให้สาระความรู้แก่ผู้เล่น เช่น วิธีเล่น แบล็คแจ็ค วิธีเล่นบาคาร่า เทคนิคทำเงินกับเกมส์ต่างๆ อีกเพียบ

 

เกล็ดความรู้กับที่มาของไพ่แบล็คแจ็ค

เมื่อพูดถึงไพ่แบล็คแจ็คแล้ว หลายๆ ท่านอาจทราบกันดีว่านี่คือชื่ออย่างเป็นทางการของไพ่รวมแต้ม 21 นั่นก็เป็นเพราะกติกาของไพ่แบล็คแจ็คนั้น คือจะต้องรวมแต้มให้ได้เท่ากับ 21 นั่นเอง นอกจากจะต้องรวมไพ่ให้ได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายแล้ว จำเป็นจะต้องแข่งกับเจ้ามือให้ได้แต้มมากกว่า แต่ต้องไม่มากกว่า 21 เพราะหากเกินกว่านั้นจะถูกปรับแพ้ทันที

ต้นกำเนิดของเกมไพ่แบล็คแจ็คนั้น มาจากฝั่งยุโรป มีความคล้ายคลึงกับเกมส์การเดิมพัน vingt-et-un ของประเทศฝรั่งเศส ที่มีความหมายแปลตรงตัวว่า 20 และ 1 หรือรวมกันเป็น 21 ซึ่งลักษณะการแจกไพ่ในเกมส์นั้น มีรูปแบบและกติกาที่คล้ายกับแบล็คแจ็ค ซึ่งผลของการเดิมพันก็นับแต้มรวมที่ 21 เหมือนกัน

นอกเหนือจากนั้นยังพบข้อมูลอีกว่าเกมส์ไพ่ที่มีลักษณะคล้าย vingt-et-un นั้นปรากฏในประเทศอิตาเลี่ยน แต่กติกาการวัดผลนั้น แต้มรวมของไพ่จะอยู่ที่ 7.5 แต้ม หากเกินจากนี้เจ้ามือจะชนะทันที นอกจากนี้ยังพบอีกว่าที่ประเทศสเปนมีเกมส์ไพ่ที่มีลักษณะแบบเดียวกัน แต่การนับแต้มนั้นจะอยู่ที่ 31 แต้ม ซึ่งจุดนี้เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นของไพ่แบล็คแจ็ค

 

วิธีเล่น แบล็คแจ็ค
แบล็คแจ็คดั้งเดิม

 

ราวปี ค.ศ. 1800 ชาวอเมริกันมักนิยมเล่นเกมส์ไพ่ 21 นี้เป็นอย่างมาก แต่ทว่าช่วงแรกนั้น เกมส์ดังกล่าวยังไม่เป็นที่นิยมในคาสิโนมากนัก เนื่องจากกติกายังไม่เป็นที่ยอมรับ ถึงขั้นมีการเสนอราคาการจ่ายเงินที่อัตรา 1:10 หากผู้เดิมพันสามารถชนะด้วยไพ่รวมที่มีค่าเท่ากับ 21 พอดี ด้วยไพ่ที่เปิดมา 2 ใบแรก การกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างความน่าสนใจในตัวไพ่มากขึ้น จากนั้นเกมส์นี้จึงนิยมมากยิ่งขึ้น และแพร่หลายเป็นวงกว้าง และมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า แบล็คแจ็ค

ช่วงปี ค.ศ. 1931 ซึ่งถูกระบุให้เป็นเกมพนันที่ถูกกฎหมาย มีให้ได้เล่นกันในบ่อนคาสิโนลาสเวกัส นั่นถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดตัวของเกมส์นี้ในคาสิโนกันอย่างเต็มรูปแบบ  และได้ถูกระบุให้เป็นรูปแบบพื้นฐานของการเล่นเกมไพ่ชนิดนี้ เมื่อได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จึงมีการนำมาให้บริการในเกมส์คาสิโนออนไลน์

 

วิธีเล่น แบล็คแจ็ค
คาสิโนในลาสเวกัส

 

วิธีเล่น แบล็คแจ็ค

วิธีการนับไพ่

การนับแต้มจะคล้ายคลึงกับเกมส์ไพ่ชนิดอื่นๆ ต่างกันแค่ไพ่ A ที่นับได้ 2 แบบ ดังนี้

  1. ไพ่ตัวเลข ตั้งแต่ 2-10 นับแต้มตามเลขไพ่
  2. ไพ่ฝรั่ง J, Q, K นับ 10 แต้มเท่ากันทั้งหมด
  3. ไพ่ A เป็นไพ่ที่ทำให้เกิด Blackjack เพราะนับได้ 2 แบบ คือ จะนับ 11 หรือ 1 แต้มก็ได้ ตามแต่จะเป็นประโยชน์ เช่น หากคู่กับไพ่ตัวเลขปกติจะมีค่าเท่ากับ 1 แต่หากเปิดคู่กับไพ่ฝรั่งเลข จะมีค่าเท่ากับ 11

 

วิธีเล่น แบล็คแจ็ค
การนับไพ่

 

วิธีเล่น แบล็คแจ็ค ขั้นตอนการเดิมพัน

ในส่วนของการเล่นไพ่นั้นผู้เล่นต้องวางเดิมพันกับเจ้ามือเพื่อเปิดไพ่ โดยจะได้รับไพ่จำนวน 2 ใบก่อน จากไพ่ทั้งหมด 1 สำรับหรือจำนวน 52 ใบ โดยฝั่งดีลเลอร์นั้นจะเปิดไพ่ให้ท่านทราบก่อนในลักษณะคว่ำ 1 ใบ และหงาย 1 ใบ เมื่อท่านเห็นไพ่ของเจ้ามือแล้วท่านสามารถตัดสินใจได้ว่าจะวางเดิมพันเพิ่ม หรือจะเล่นในรูปแบบอื่นๆ หรือแม้แต่จั่วไพ่เพิ่มเป็นต้น โดยเป้าหมายเดียวที่ต้องคำนึงถึง คือต้องให้ไพ่รวมเท่ากับ 21 ให้ได้ แต่หากเกินกว่านั้น ท่านจะเป็นฝ่ายแพ้ในทันที ขั้นตอนการเล่นมีดังนี้

  1. ผู้เล่นสามารถเลือกห้องหรือโต๊ะในการเล่นได้หลากหลายรูปแบบอย่างไม่จำกัด โดยสามารถเลือกโต๊ะที่มีเวลาในการลงเดิมพันที่แตกต่างกัน หรือเลือกห้องที่เริ่มวางเงินเดิมพันในอัตราที่ต่างกันออกไปก็ได้
  2. เมื่อผู้เล่นวางเดิมพันแล้ว ดีลเลอร์จะแจกไพ่ให้กับผู้เล่นและตัวเอง โดยแจกให้ฝ่ายละ 2 ใบ ในส่วนของดีลเลอร์นั้นจะได้ไพ่หงาย 1 ใบ และคว่ำ 1 ใบ
  3. เมื่อท่านเห็นไพ่ของดีลเลอร์แล้ว ท่านสามารถตัดสินใจได้ว่าจะเล่นในรูปแบบใด

 

อัตราการจ่ายเงิน

อัตราการจ่ายเงินของแบล็คแจ็คนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไป หากท่านชนะแบบธรรมดาหมายถึงได้ไพ่ครบ 21 แต้ม โดยไม่มีการเพิ่มเงินเดิมพัน ก็จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:1 แต่หากเปิดไพ่มาแล้วได้แบล็คแจ็ค ทันทีก็จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 3:2

แต่กรณีเดิมพันประกันไพ่ หากไพ่ของเจ้ามือ ได้ A การทำประกันจะต้องวางเดิมพันอีกเท่าตัว หากไพ่ของเจ้ามือเป็นแบล็คแจ็ค จะได้รับเงินครึ่งหนึ่ง ของเงินเดิมพัน มีอัตราการจ่าย อยู่ที่ 2:1 แต่หากเจ้ามือไม่ได้ไพ่แบล็คแจ็คก็จะเสียเงินประกันทันที

ในกรณีหากผู้เล่นได้ ไพ่แบล็กแจ็ค และใบแรกของเจ้ามือเป็นไพ่ A และเลือกที่จะเก็บไว้ก่อน ไม่ว่าไพ่ของเจ้ามือจะมีแต้มเป็นเท่าไร ผู้เล่นจะได้เงินเดิมพัน 1 เท่า ซึ่งอัตราการจ่ายอยู่ 1:1

 

สูตรการเล่นแบล็คแจ็ค

การเล่นไพ่แต่ละชนิดนั้นจะมีสูตรการเล่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่ง วิธีเล่น แบล็คแจ็ค ให้ชนะนั้นก็มีสูตรสำหรับใช้อยู่เช่นเดียวกัน โดยสูตรหรือเทคนิคในการเดิมพันนั้นมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ อย่างไรก็ดีเทคนิคที่จะเล่นถึงนั้นเป็นเพียงแนวทางในการเล่น ซึ่งอาจใช้ไม่ได้ผลใน 100%

  1. ก่อนเริ่มการใช้สูตรแบล็คแจ็คให้ท่านทำการบริหารเงินเดิมพันให้ชัดเจน โดยเริ่มต้นจากการใช้เงินน้อยๆ ก่อน เพื่อเน้นสร้างความมั่นใจ และเพื่อลดความเสี่ยง ไม่แนะนำให้ลงทุนด้วยเงินหมดหน้าตัก เพราะจะมีความเสี่ยงสูงมาก
  2. การจั่วไพ่เพิ่มจะสามารถจั่วได้เรื่อยๆ หากเกิน 21 แต้มจะถือว่าแพ้ทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญหากต้องการชนะติดต่อกันจำเป็นต้องยึดมั่นใจแต้มของตนเองเช่น 17 แต้มหยุดไม่จั่วเพิ่ม แต่ถ้าต้องการจั่วไพ่เพิ่มเพื่อหวังให้ได้แต้ม 4 ออกมา มีความเป็นไปได้ยาก เพราะโอกาสที่จะเสี่ยงที่จะเกิน 21 มีสูงมาก
  3. จากนั้นให้เลือกใช้วิธีแยกไพ่ เพื่อเพิ่มกองไพ่ให้เข้าไปขัดขาเจ้ามือ หรือใช้วิธีการ Double Down ได้เช่นกัน
  4. กรณีที่ผู้เล่นมีแต้มรวมสูงอยู่แล้วเช่น 17-19 แต้ม ทำให้เป็นแต้มที่มีความใกล้เคียง 21 อยู่แล้ว จึงไม่ควรจั่ว แม้ว่าไพ่ของเจ้ามือจะมีที่เปิดอยู่จะมีระดับแต้มสูงมากกว่า แต่ผู้เล่นยังมีโอกาสของการชนะ 90 % จึงควรเลี่ยงการจั่วให้ตนเองระเบิด
  5. ในทุกครั้งที่เล่นเดิมพันควรเดินเงินเท่ากันทั้งหมด 10 ตา เช่นลงทุน 100 เท่ากับใช้เงินเล่นต่อรอบคือ 1000 บาท หรือเริ่มต้นน้อยกว่านี่ได้เช่นกัน

 

วิธีเล่น แบล็คแจ็ค
ตารางคู่มือการเล่น

 1,523 views

PARABOY
PARABOY
LineID : @iConig