[tigabet-register-navbar cl="elementor-button-link elementor-button elementor-size-sm sagod-register"]

แบล็คแจ็ค ไพ่ มีกี่แบบ แต่ละแบบเล่นอย่างไร

เว็บคาสิโนยอดฮิตอย่าง sagod เว็บที่การันตีเรื่องความมั่นคง ปลอดภัยแก่ผู้เล่นมากที่สุด ได้รับรางวัล The Best Casino Award แห่งปี ให้บริการเกมส์หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น บาคาร่า แบล็คแจ็ค ไพ่ เสือมังกร หรือเกมส์ที่ไม่ใช้ไพ่อย่างรูเล็ต สล็อต นอกจากนี้ยังมีเกมส์น้องใหม่อย่างยิงปลาที่เพิ่มความตื่นเต้นท้าทาย และสร้างสถานการณ์จำลองได้เหมือนจริงคอยบริการ พร้อมระบบฝากถอนเงินอัตโนมัติฟรีค่าธรรมเนียมตลอด 24 ชั่วโมง

 

ไพ่แบล็คแจ็ค

แบล็คแจ็ค ไพ่ ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากตั้งแต่สมัยอดีต โดยต้นกำเนิดของแบล็คแจ็คนั้นอยู่ที่ประเทศอิตาลี ประเทศแห่งการคิดค้นเกมส์การพนันเลยก็ว่าได้ การพนันของแบล็คแจ็คนั้น จะเป็นการแข่งขันระหว่างผู้เล่นและเจ้ามือโดยตรง จึงจำเป็นต้องใช้ความสามารถในการวิเคราะห์ไพ่ และดวงในขณะเดียวกัน จุดนี้ถือเป็นเสน่ห์ของเกมส์เพราะสร้างความตื่นเต้นท้าทายให้กับผู้เล่นเป็นอย่างมาก

กติกาและลักษณะการเล่นของแบล็คแจ็คนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่าจะมีการกำหนดเป้าหมายของผลรวมของไพ่ไว้ ผู้เล่นและเจ้ามือจะต้องทำการรวมไพ่ให้ได้ตามที่กำหนด หากเกินกว่าเป้าหมายที่กำหนด เช่น 21 จะถือว่าฝ่ายนั้นแพ้ในทันที นอกจากนั้นจะต้องรวมไพ่ให้ได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายมากที่สุด ถึงจะเป็นฝ่ายชนะ

 

แบล็คแจ็ค ไพ่
แบล็คแจ็ค

 

แบล็คแจ็คกับความท้าทาย

ในการเล่นเกมส์แบล็คแจ็คนั้นจุดเด่นที่สร้างความตื่นเต้นให้กับผู้เล่นคือ เจ้ามือจะทำการเปิดไพ่ก่อน 1 ใบ เมื่อผู้เล่นเห็นไพ่ของเจ้ามือแล้วสามารถตัดสินในว่าจะเล่นในรูปแบบไหน ซึ่งการเล่นนั้นมีหลายแนวทางในการเล่น ที่สำคัญเกมส์นี้ผู้เล่นสามารถจั่วไพ่ได้โดยไม่จำกัดจำนวน เพียงมีข้อแม้เดียวว่าไพ่รวมจะได้ไม่เกินเป้าหมาย การเล่นจะมีรูปแบบใดบ้าง มีรายละเอียดดังต่อไปนี้

แต้มของไพ่

  • ไพ่ตั้งแต่ 2-10 มีแต้มตามหน้าของไพ่
  • ไพ่ J Q K มีค่าเท่ากับ 10 แต้ม
  • A มีแต้มเป็น 1 หรือ 11 ขึ้นอยู่กับว่าไพ่ที่เปิดได้คู่กับ A นั้นจะเป็นไพ่อะไร หากเป็นตัวเลข A จะเท่ากับ 1 หากเป็นไพ่ฝรั่ง A จะเท่ากับ 11

 

การเดิมพันเป็นสองเท่า (Double down)

หากผู้เล่นได้ไพ่ 2 ใบแล้ว คาดว่ามีโอกาสชนะเจ้ามือได้อย่างแน่นอนสามารถเพิ่มเงินเดิมพันได้เป็น 2 เท่า โดยการวางเดิมพันแบบนี้สามารถวางได้เฉพาะหลังจากได้ไพ่เพียง 2 ใบเท่านั้น หากเปิดไพ่ใบที่ 3 แล้ว ผู้เล่นไม่สามารถทำการเดิมพันเพิ่มเติมได้

การประกัน (Insurance)

เมื่อดีลเลอร์ที่หงายใบแรกนั้นคือ A เกมจะมีระบบประกันขึ้นมา เพื่อที่จะเป็นสิ่งประกันความเสี่ยง หากเจ้ามือมือแต้ม 21 เงินรางวัลการประกัน จะเท่ากับครึ่งหนึ่งของเงินที่เราวางเดิมพัน หากเปิดไพ่ขึ้นมาแล้ว เจ้ามือไม่ได้แต้ม 21 เกมก็จะเล่นต่อไป หากแต้มเสมอ เราจะได้รับเงินคืนนั่นเอง

การแยกไพ่ (Split)

หากไพ่ในมือของผู้เล่น มีค่าเท่ากันในสองใบแรกเช่น 2,2 4,4 A,A จะสามารถเลือกแยกไพ่ออกเป็นสองมือได้ โดยเงินวางเดิมพัน จะต้องเท่ากับเงินเดิมพันหลักของผู้เล่น เช่นหากวางเดิมพันหลัก 100 แยกไพ่แล้ว จะต้องวางเดิมพันขาละ 100 นั่นเอง และเมื่อแยกไพ่แล้ว ผู้เล่นสามารถเล่นได้ตามปกติ ตั้งแต่การจั่วไพ่ การหยุดจั่ว และแบบอื่นๆ

 

แบล็คแจ็ค ไพ่
รูปแบบการเล่น

 

ประเภทของไพ่แบล็คแจ็ค

Classic BlackJack

เริ่มต้นกันที่เกมฮิตที่มีอายุหลายร้อยปีด้วยไพ่ 21 หรือที่เรียกกันว่า คลาสสิคแบล็คแจ็ค ในยุคดั้งเดิมจะใช้ไพ่เพียง 1 สำรับ แต่เพื่อเพิ่มความตื่นเต้นท้าทายในการเล่นแบบออนไลน์นั้นจะใช้ไพ่ในการเล่นมากถึง 6-8 สำรับ โดยผู้เล่นจะต้องแข่งขันกับเจ้ามือ ซึ่งเจ้ามือจะแจกไพ่ให้ผู้เล่นก่อนแล้วค่อยแจกให้ตัวเอง ไพ่ของเจ้ามือจะถูกหงายไว้ให้เรามองเห็นได้แค่ 1 ใบ ส่วนอีกใบที่เรียกว่า Hold Card จะถูกคว่ำไว้ วิธีเอาชนะคือท่านต้องได้แบล็คแจ็คหรือ 21 แต้ม ให้ได้ด้วยไพ่คู่แรก ไม่อย่างนั้นก็ต้องจั่วไพ่เพิ่มไปเรื่อย ๆ จนกว่าจะได้แต้มที่มั่นใจว่าได้มากกว่าเจ้ามือแน่ ๆ แต่ต้องระวังด้วยว่าอย่าให้แต้มรวมของไพ่เกิน 21 แต้ม เพราะเกมนี้เราไม่มีสิทธิทิ้งไพ่ เกินเมื่อไหร่แพ้ได้ทันที ส่วนเจ้ามือก็จะจั่วไพ่เรื่อย ๆ จนกว่าจะได้แต้มรวมตั้งแต่ 17 แต้มขึ้นไปถึงจะหยุดได้

 

แบล็คแจ็ค ไพ่
คลาสสิค

 

Progressive BlackJack

แบล็คแจ็ค ประเภทนี้จะมีวิธีการเล่นเหมือนกับ Classic BlackJack เกือบทุกอย่าง และพบได้ง่ายตามคาสิโนออนไลน์ โดยการเล่นแบบนี้จะเป็นการเล่นรวมกับผู้เล่นหลายคน ซึ่งผู้เล่นสามารถลุ้นเงินแจ็คพอตที่ถูกสะสมมาเรื่อยๆ จากนักพนันที่ร่วมแข่งขัน วิธีการแข่งก็คือเราจะต้องเลือกโต๊ะที่มีการให้เล่นแจ็คพอตเสียก่อน จากนั้นต้องวางเงินที่เรียกว่า Side bet เพื่อเข้าร่วมเล่น Progressive Jackpot ซึ่งมันจะถูกส่งไปสะสมเป็นเงินแจ็คพอต ทั้งนี้คาสิโนออนไลน์แต่ละที่จะกำหนดมูลค่าของการวางเงินแจ็คพอตไม่เท่ากัน และการจ่ายก็จะแตกต่างกันไป อาจถูกกำหนดตามมูลค่าไพ่ในมือ

 

แบล็คแจ็ค ไพ่
โปรเกสสิพ

 

European BlackJack

ในการเล่นแบบ European จะใช้ไพ่เพียงแค่ 2 สำรับ ไม่ก็ 4 หรือ 6 สำรับ การแจกไพ่แก่ผู้เล่นนั้นจะหงายไพ่ทั้งสองใบ ส่วนเจ้ามือจะมีไพ่ใบเดียวหงายอยู่บนโต๊ะ จากนั้นผู้เล่นจะต้องเลือกว่าจะเล่นด้วยตัวเลือก Hit, Stand, Double Down, Split โดยขั้นตอนทั้งหมดจะต้องทำให้จบก่อนที่เจ้ามือจะเรียกไพ่ใบที่ 2 หาก Hit มาแล้วติดแบล็คแจ็ค จะถือว่าเจ้ามือชนะทุกกรณี นอกจากนี้ยังมีข้อกำหนดเพิ่มเติมสำหรับผู้เล่นคือ

  • ผู้เล่นจะ Double Down เมื่อได้แต้ม 9, 10 หรือ 11 เท่านั้น
  • เจ้ามือจะมองเห็นไพ่ใบที่สองได้ก็ต่อเมื่อผู้เล่นหยุดเล่น
  • ไม่มีการ Surrenderหรือหมอบในทุกกรณี
  • ไพ่คู่ AA จะไม่สามารถทำการแยกซ้ำ หรือ Re-Split ได้อีกหลังจากที่โดนแยกมาจากคู่แรกแล้ว

 

ยุโรป

 

Spanish 21

แบล็คแจ็คแบบ Spanish 21 จะใช้ไพ่ในการเล่นตั้งแต่ 6-8 สำรับ และที่สำคัญคือมีการเอาไพ่ 10 ออกจากกองไพ่ ทำให้เหลือไพ่แค่ 48 ใบต่อสำรับ ซึ่งมีโอกาสเกิดแบล็คแจ็คน้อยกว่าประเภทอื่น ๆ ส่วนวิธีการเล่นก็เหมือนกับแบบคลาสสิค ต่างกันที่เจ้ามือจะสามารถมองไพ่ที่คว่ำอยู่ได้ และหากได้ Blackjack จะชนะทันที แต่ถ้าผู้เล่นได้ BlackJack ด้วยก็จะถือว่าเสมอกัน ทั้งนี้ผู้เล่นสามารถ Late Surrender หรือ Insurance ได้ และสามารถ Double Down หลังจาก Surrendering ได้อีกด้วย

ไพ่ แบล็คแจ็ค ออนไลน์ กับสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเล่นไพ่

sagod เว็บคาสิโนชั้นนำอันดับหนึ่งของไทย ที่กำลังมาแรงและเป็นกระแสยอดนิยมที่สุดในปีนี้ เปิดให้บริการ คาสิโน สด ด้วยบริการเกมส์ออนไลน์หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นบาคาร่า ไพ่ แบล็คแจ็ค รูเล็ต หรือเสือมังกรก็มีให้บริการอย่างครบถ้วนทุกเกมส์ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีรูปแบบเกมส์ให้เลือกเล่นกว่า 100 รูปแบบ ทำให้ผู้เล่นเพลิดเพลินไปกับเกมส์ได้ตลอดเวลา ทั้งนี้มีบริการฝาก/ถอนเงินสดอัตโนมัติฟรีค่าธรรมเนียมตลอด 24 ชั่วโมง พิเศษสมัครสมาชิกวันนี้รับโบนัสฟรีทันที 120%

 

ไพ่ แบล็คแจ็ค คืออะไร

ไพ่ แบล็คแจ็ค เป็นไพ่ที่มีกติกาหลักคือต้องรวมไพ่ให้ได้เท่ากับ 21แต้ม โดยผู้เล่นจะต้องทำการรวมไพ่ในมือให้ได้เท่ากับหรือใกล้เคียงกับ 21 มากที่สุดหากเกินกว่านั้นจะถือว่าแพ้ในทันที นอกจากนั้นผู้เล่นจะต้องแข่งขันกับเจ้ามือว่าใครจะมีแต้มมากกว่ากัน หรือได้ไพ่เท่ากับ 21 การเล่นเกมส์นี้เป็นที่นิยมในหมู่นักพนันที่ชื่นชอบความท้าทาย เพราะผู้เล่นจะต้องทำการถือไพ่เองและตัดสินใจในการเดินไพ่ด้วยตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากไพ่ชนิดอื่นที่เพียงทายว่าฝ่ายใดจะได้แต้มมากกว่ากัน

หากพูดถึงประวัติของไพ่แบล็คแจ็คแล้ว ต้องย้อนไปเมื่อศตวรรษที่ 18 ในประเทศอิตาลีมีการคิดค้นไพ่ชนิดหนึ่งขึ้นมา ซึ่งไพ่ชนิดนี้มีกติกาคือกำหนดเป้าหมายผลรวมไพ่เอาไว้ ผู้เล่นต้องรวมไพ่ให้ถึงตัวเลขนั้นๆ ซึ่งเดิมทีกำหนดอยู่ที่ 7.5 ต่อมาได้มีการพัฒนามากขึ้นจนประเทศฝรั่งเศสได้มีการกำหนดแต้มใหม่เป็น 17-18 แต้ม เกมส์นี้ได้นิยมเป็นอย่างมาก

แต่อย่างไรก็ตามรูปแบบของเกมส์ได้ถูกพัฒนาให้มีกติกาสากลโดยกำหนดให้เลข 21 เป็นเป้าหมายของการเล่นเกมส์เท่านั้น ซึ่งผู้เล่นต้องรวมไพ่ให้เท่ากับ 21 ในการเล่นนั้น สามารถมีผู้เล่นหลายคน เพื่อเป็นการเพิ่มเงินรางวัลในโต๊ะ เมื่อเกมส์นี้มีกติกาที่แน่นอนแล้ว คาสิโนทั่วโลกจึงจัดให้เกมส์นี้เป็นอีกหนึ่งในเกมส์ไพ่ที่สำคัญในบ่อนคาสิโน การเล่นแบล็คแจ็คออนไลน์นั้นพัฒนาไปมาก โดยได้มีการพัฒนาไพ่แบล็คแจ็คให้สามารถเล่นผ่านระบบออนไลน์ได้

 

ไพ่ แบล็คแจ็ค
ไพ่แบล็คแจ็ค

 

วิธีการเล่น ไพ่ แบล็คแจ็ค

วิธีการเล่นนั้นผู้เล่นจะต้องทำการรวมแต้มของไพ่ให้ได้เท่ากับ 21 หรือใกล้เคียง ซึ่งผู้เล่นสามารถจั่วไพ่เพิ่มได้จนกว่าจะพอใจ รูปแบบการนับแต้มของแบล็คแจ็คมีดังต่อไปนี้

การนับไพ่

  •  A มีค่าเท่ากับ 1 หรือ 11 โดยจะมีค่าเท่ากับ 1 เมื่อเปิดได้คู่กับไพ่ตัวเลข และจะมีค่าเท่ากับ 11 เมื่อเปิดได้คู่กับไพ่ฝรั่งใน 2 ใบแรกเท่านั้น
  • 2- 10 มีค่าตามหน้าไพ่
  • ไพ่ J Q K มีค่าเท่ากับ 10

 

ไพ่ แบล็คแจ็ค
การนับแต้มไพ่

 

วิธีการรวมแต้ม

วิธีการรวมแต้มตัวเลขนั้น ผู้เล่นสามารถจั่วไพ่เพิ่มได้เรื่อยๆ โดยไม่จำกัดจำนวนไพ่ แต่ต้องไม่ให้เกิน 21 แต้ม เช่น

  • ได้ 9 และ 3 รวมกันเป็น 12 ท่านสามารถจั่วไพ่ได้อีก
  • หากได้ K และ 7 รวมกันเป็น 17 ไม่สามารถจั่วไพ่เพิ่มเพราะได้แต้มเท่ากับ 17 โดยเงื่อนไขของเกมส์ระบุไว้ว่าหากได้ไพ่ตั้งแต่ 17 แต้มขึ้นไปต้องอยู่
  • หากได้ K, A รวมเป็น 21 ถือว่าแบล็คแจ็ค จะชนะไปในทันที
  •  J และ 6 และ A ผลรวมจะเท่ากับ 17 ในกรณีนี้ไพ่ A เปิดได้คู่กับไพ่ฝรั่ง แต่เป็นไพ่ใบที่ 3 ดังนั้นไพ่ A จะมีค่าเท่ากับ 1

 

 

คำศัพท์ที่ต้องรู้ก่อนการเดิมพัน

ในการเลือกรูปแบบเดิมพันนั้น ท่านต้องคำนึงเสมอว่าเป้าหมายของเกมส์ต้องทำให้ไพ่มีแต้มเข้าใกล้ 21 แต้ม ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ต้องไม่เกินนั้น ท่านต้องตัดสินใจหลังจากได้ไพ่ในรอบแรก โดยรูปแบบการเลือกเดิมพันเกมส์ไพ่แบล็คแจ็ค มีดังนี้

Hit คือการจั่วไพ่ ในกรณีที่ท่านต้องการแต้มเพิ่ม โดยสามารถจั่วเพิ่มกี่ใบก็ได้
Stand (Stay, Stick, Stand pat) เป็นการหยุดการขอไพ่หรือพอใจในหน้าไพ่ที่มีอยู่ซึ่งอาจจะเรียกว่า พอ , อยู่ หรือ ยืน ก็ได้
Double Down เป็นการเพิ่มมูลค่าการเดิมพันหลังจากมีการแจกไพ่ครบ 2 ใบแล้วซึ่งการเพิ่มมูลค่าการเดิมพันนั้นสามารถวางเดิมพัน เพิ่มขึ้นได้ 100% ตาม กฎของแบล็คแจ็ค
Split  เป็นรูปแบบของการแยกไพ่หรือขอแยกไพ่ในกรณีที่ได้รับการแจกไพ่ซึ่งมีรูปแบบของหน้าไพ่ที่มีแต้มเท่ากันทั้ง 2 ใบเช่นการได้รับแต้ม 3 แต้มพร้อมกันหรือแต้มเท่าไหร่ก็ตามเราสามารถที่จะทำการแยกไพ่ออกได้เป็น 2 ชุด
Surrender การหมอบหรือยอมแพ้ซึ่งจะเป็นการยอมหลังจากได้ไพ่ 2 ใบแล้วเท่านั้นแต่ในกรณีที่มีการขอไฟเพิ่มไม่สามารถที่จะบอกได้
Insurance หรือ ประกัน  เมื่อเห็นใบแรกของเจ้ามือเป็น A มีโอกาสที่เจ้ามือจะชนะสูง ดังนั้นผู้เล่นสามารถใช้ Insurance เพื่อประกันเงินเดิมพัน หากเจ้ามือชนะเดิมพันผู้เล่นจะได้เงินประกันคืน แต่หากเจ้ามือแพ้เงินประกันจะถูกเก็บไป

 

ไพ่ แบล็คแจ็ค
ศัพท์ ไพ่ แบล็คแจ็ค

 

อัตราการจ่ายเงินแบล็คแจ็ค 

  • การชนะ แบบธรรมดา จะมีอัตราการจ่ายเงิน อยู่ที่ 1:1  วางเดิมพัน 100 ได้ 100
  • การชนะ แบบแบล็คแจ็ค (เปิดไพ่ 2 ใบ มีแต้ม 21) จะมีอัตราการจ่ายเงิน อยู่ที่ 1.5 : 1 วางเดิมพัน 100 ได้ 150
  • เดิมพันประกัน หากไพ่ของเจ้ามือ ได้ไพ่  A หรือ Ace การทำประกัน จะต้องวางเดิมพันอีกเท่าตัว หากไพ่ของเจ้ามือเป็นแบล็กแจ็ค จะได้รับเงินครึ่งหนึ่ง ของเงินเดิมพัน มีอัตราการจ่าย อยู่ที่ 2:1 แต่หากเจ้ามือไม่ได้ BLACKJACK จะเสียเงินประกันทันที
  • เก็บก่อน หากผู้เล่นได้ ไพ่แบล็กแจ็ค และใบแรกของเจ้ามือเป็น A หรือ Ace และเลือกที่จะ เก็บก่อน ไม่ว่าไพ่ของเจ้ามือจะมีแต้มเป็นเท่าไร ผู้เล่นจะได้เดิมพัน 1 เท่า อัตราการจ่ายอยู่ 1:1

 

วิธีเล่น แบล็คแจ็ค แบบมือโปร เดิมพันเท่าไรก็ได้กำไร

sagod คาสิโนออนไลน์ชื่อดังแห่งปี เปิดให้บริการแล้ววันนี้ด้วยเกมส์คุณภาพชั้นเยี่ยม การันตีความสนุกแบบครบรสไม่ว่าจะเป็นแสง สี เสียง ที่จะทำให้ผู้เล่นเพลิดเพลินไปกับการเล่น สะดวกต่อการเข้าถึง เล่นง่าย เล่นได้ต่อเนื่องทุกที่ทุกเวลา มีเกมส์บริการมากมาย ไม่ว่าจะเป็นเกมส์รูเล็ต บาคาร่า แบล็คแจ็ค และเกมส์อื่นๆ อีกมากมาย นอกจากนี้ตัวเว็บยังมีการพัฒนาระบบให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา ทำให้เกมส์มีความทันสมัยโดยเฉพาะอย่างยิ่งเกมส์สล็อตที่อัปเดตเกมส์ใหม่ๆ พร้อมด้วยบทความดีๆที่คอยให้สาระความรู้แก่ผู้เล่น เช่น วิธีเล่น แบล็คแจ็ค วิธีเล่นบาคาร่า เทคนิคทำเงินกับเกมส์ต่างๆ อีกเพียบ

 

เกล็ดความรู้กับที่มาของไพ่แบล็คแจ็ค

เมื่อพูดถึงไพ่แบล็คแจ็คแล้ว หลายๆ ท่านอาจทราบกันดีว่านี่คือชื่ออย่างเป็นทางการของไพ่รวมแต้ม 21 นั่นก็เป็นเพราะกติกาของไพ่แบล็คแจ็คนั้น คือจะต้องรวมแต้มให้ได้เท่ากับ 21 นั่นเอง นอกจากจะต้องรวมไพ่ให้ได้ใกล้เคียงกับเป้าหมายแล้ว จำเป็นจะต้องแข่งกับเจ้ามือให้ได้แต้มมากกว่า แต่ต้องไม่มากกว่า 21 เพราะหากเกินกว่านั้นจะถูกปรับแพ้ทันที

ต้นกำเนิดของเกมไพ่แบล็คแจ็คนั้น มาจากฝั่งยุโรป มีความคล้ายคลึงกับเกมส์การเดิมพัน vingt-et-un ของประเทศฝรั่งเศส ที่มีความหมายแปลตรงตัวว่า 20 และ 1 หรือรวมกันเป็น 21 ซึ่งลักษณะการแจกไพ่ในเกมส์นั้น มีรูปแบบและกติกาที่คล้ายกับแบล็คแจ็ค ซึ่งผลของการเดิมพันก็นับแต้มรวมที่ 21 เหมือนกัน

นอกเหนือจากนั้นยังพบข้อมูลอีกว่าเกมส์ไพ่ที่มีลักษณะคล้าย vingt-et-un นั้นปรากฏในประเทศอิตาเลี่ยน แต่กติกาการวัดผลนั้น แต้มรวมของไพ่จะอยู่ที่ 7.5 แต้ม หากเกินจากนี้เจ้ามือจะชนะทันที นอกจากนี้ยังพบอีกว่าที่ประเทศสเปนมีเกมส์ไพ่ที่มีลักษณะแบบเดียวกัน แต่การนับแต้มนั้นจะอยู่ที่ 31 แต้ม ซึ่งจุดนี้เองจึงเป็นจุดเริ่มต้นของไพ่แบล็คแจ็ค

 

วิธีเล่น แบล็คแจ็ค
แบล็คแจ็คดั้งเดิม

 

ราวปี ค.ศ. 1800 ชาวอเมริกันมักนิยมเล่นเกมส์ไพ่ 21 นี้เป็นอย่างมาก แต่ทว่าช่วงแรกนั้น เกมส์ดังกล่าวยังไม่เป็นที่นิยมในคาสิโนมากนัก เนื่องจากกติกายังไม่เป็นที่ยอมรับ ถึงขั้นมีการเสนอราคาการจ่ายเงินที่อัตรา 1:10 หากผู้เดิมพันสามารถชนะด้วยไพ่รวมที่มีค่าเท่ากับ 21 พอดี ด้วยไพ่ที่เปิดมา 2 ใบแรก การกระทำดังกล่าวเป็นการสร้างความน่าสนใจในตัวไพ่มากขึ้น จากนั้นเกมส์นี้จึงนิยมมากยิ่งขึ้น และแพร่หลายเป็นวงกว้าง และมีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า แบล็คแจ็ค

ช่วงปี ค.ศ. 1931 ซึ่งถูกระบุให้เป็นเกมพนันที่ถูกกฎหมาย มีให้ได้เล่นกันในบ่อนคาสิโนลาสเวกัส นั่นถือว่าเป็นจุดเริ่มต้นของการเปิดตัวของเกมส์นี้ในคาสิโนกันอย่างเต็มรูปแบบ  และได้ถูกระบุให้เป็นรูปแบบพื้นฐานของการเล่นเกมไพ่ชนิดนี้ เมื่อได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น จึงมีการนำมาให้บริการในเกมส์คาสิโนออนไลน์

 

วิธีเล่น แบล็คแจ็ค
คาสิโนในลาสเวกัส

 

วิธีเล่น แบล็คแจ็ค

วิธีการนับไพ่

การนับแต้มจะคล้ายคลึงกับเกมส์ไพ่ชนิดอื่นๆ ต่างกันแค่ไพ่ A ที่นับได้ 2 แบบ ดังนี้

  1. ไพ่ตัวเลข ตั้งแต่ 2-10 นับแต้มตามเลขไพ่
  2. ไพ่ฝรั่ง J, Q, K นับ 10 แต้มเท่ากันทั้งหมด
  3. ไพ่ A เป็นไพ่ที่ทำให้เกิด Blackjack เพราะนับได้ 2 แบบ คือ จะนับ 11 หรือ 1 แต้มก็ได้ ตามแต่จะเป็นประโยชน์ เช่น หากคู่กับไพ่ตัวเลขปกติจะมีค่าเท่ากับ 1 แต่หากเปิดคู่กับไพ่ฝรั่งเลข จะมีค่าเท่ากับ 11

 

วิธีเล่น แบล็คแจ็ค
การนับไพ่

 

วิธีเล่น แบล็คแจ็ค ขั้นตอนการเดิมพัน

ในส่วนของการเล่นไพ่นั้นผู้เล่นต้องวางเดิมพันกับเจ้ามือเพื่อเปิดไพ่ โดยจะได้รับไพ่จำนวน 2 ใบก่อน จากไพ่ทั้งหมด 1 สำรับหรือจำนวน 52 ใบ โดยฝั่งดีลเลอร์นั้นจะเปิดไพ่ให้ท่านทราบก่อนในลักษณะคว่ำ 1 ใบ และหงาย 1 ใบ เมื่อท่านเห็นไพ่ของเจ้ามือแล้วท่านสามารถตัดสินใจได้ว่าจะวางเดิมพันเพิ่ม หรือจะเล่นในรูปแบบอื่นๆ หรือแม้แต่จั่วไพ่เพิ่มเป็นต้น โดยเป้าหมายเดียวที่ต้องคำนึงถึง คือต้องให้ไพ่รวมเท่ากับ 21 ให้ได้ แต่หากเกินกว่านั้น ท่านจะเป็นฝ่ายแพ้ในทันที ขั้นตอนการเล่นมีดังนี้

  1. ผู้เล่นสามารถเลือกห้องหรือโต๊ะในการเล่นได้หลากหลายรูปแบบอย่างไม่จำกัด โดยสามารถเลือกโต๊ะที่มีเวลาในการลงเดิมพันที่แตกต่างกัน หรือเลือกห้องที่เริ่มวางเงินเดิมพันในอัตราที่ต่างกันออกไปก็ได้
  2. เมื่อผู้เล่นวางเดิมพันแล้ว ดีลเลอร์จะแจกไพ่ให้กับผู้เล่นและตัวเอง โดยแจกให้ฝ่ายละ 2 ใบ ในส่วนของดีลเลอร์นั้นจะได้ไพ่หงาย 1 ใบ และคว่ำ 1 ใบ
  3. เมื่อท่านเห็นไพ่ของดีลเลอร์แล้ว ท่านสามารถตัดสินใจได้ว่าจะเล่นในรูปแบบใด

 

อัตราการจ่ายเงิน

อัตราการจ่ายเงินของแบล็คแจ็คนั้นจะมีความแตกต่างกันออกไป หากท่านชนะแบบธรรมดาหมายถึงได้ไพ่ครบ 21 แต้ม โดยไม่มีการเพิ่มเงินเดิมพัน ก็จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 1:1 แต่หากเปิดไพ่มาแล้วได้แบล็คแจ็ค ทันทีก็จะมีอัตราการจ่ายอยู่ที่ 3:2

แต่กรณีเดิมพันประกันไพ่ หากไพ่ของเจ้ามือ ได้ A การทำประกันจะต้องวางเดิมพันอีกเท่าตัว หากไพ่ของเจ้ามือเป็นแบล็คแจ็ค จะได้รับเงินครึ่งหนึ่ง ของเงินเดิมพัน มีอัตราการจ่าย อยู่ที่ 2:1 แต่หากเจ้ามือไม่ได้ไพ่แบล็คแจ็คก็จะเสียเงินประกันทันที

ในกรณีหากผู้เล่นได้ ไพ่แบล็กแจ็ค และใบแรกของเจ้ามือเป็นไพ่ A และเลือกที่จะเก็บไว้ก่อน ไม่ว่าไพ่ของเจ้ามือจะมีแต้มเป็นเท่าไร ผู้เล่นจะได้เงินเดิมพัน 1 เท่า ซึ่งอัตราการจ่ายอยู่ 1:1

 

สูตรการเล่นแบล็คแจ็ค

การเล่นไพ่แต่ละชนิดนั้นจะมีสูตรการเล่นที่แตกต่างกันออกไป ซึ่ง วิธีเล่น แบล็คแจ็ค ให้ชนะนั้นก็มีสูตรสำหรับใช้อยู่เช่นเดียวกัน โดยสูตรหรือเทคนิคในการเดิมพันนั้นมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ อย่างไรก็ดีเทคนิคที่จะเล่นถึงนั้นเป็นเพียงแนวทางในการเล่น ซึ่งอาจใช้ไม่ได้ผลใน 100%

  1. ก่อนเริ่มการใช้สูตรแบล็คแจ็คให้ท่านทำการบริหารเงินเดิมพันให้ชัดเจน โดยเริ่มต้นจากการใช้เงินน้อยๆ ก่อน เพื่อเน้นสร้างความมั่นใจ และเพื่อลดความเสี่ยง ไม่แนะนำให้ลงทุนด้วยเงินหมดหน้าตัก เพราะจะมีความเสี่ยงสูงมาก
  2. การจั่วไพ่เพิ่มจะสามารถจั่วได้เรื่อยๆ หากเกิน 21 แต้มจะถือว่าแพ้ทันที ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญหากต้องการชนะติดต่อกันจำเป็นต้องยึดมั่นใจแต้มของตนเองเช่น 17 แต้มหยุดไม่จั่วเพิ่ม แต่ถ้าต้องการจั่วไพ่เพิ่มเพื่อหวังให้ได้แต้ม 4 ออกมา มีความเป็นไปได้ยาก เพราะโอกาสที่จะเสี่ยงที่จะเกิน 21 มีสูงมาก
  3. จากนั้นให้เลือกใช้วิธีแยกไพ่ เพื่อเพิ่มกองไพ่ให้เข้าไปขัดขาเจ้ามือ หรือใช้วิธีการ Double Down ได้เช่นกัน
  4. กรณีที่ผู้เล่นมีแต้มรวมสูงอยู่แล้วเช่น 17-19 แต้ม ทำให้เป็นแต้มที่มีความใกล้เคียง 21 อยู่แล้ว จึงไม่ควรจั่ว แม้ว่าไพ่ของเจ้ามือจะมีที่เปิดอยู่จะมีระดับแต้มสูงมากกว่า แต่ผู้เล่นยังมีโอกาสของการชนะ 90 % จึงควรเลี่ยงการจั่วให้ตนเองระเบิด
  5. ในทุกครั้งที่เล่นเดิมพันควรเดินเงินเท่ากันทั้งหมด 10 ตา เช่นลงทุน 100 เท่ากับใช้เงินเล่นต่อรอบคือ 1000 บาท หรือเริ่มต้นน้อยกว่านี่ได้เช่นกัน

 

วิธีเล่น แบล็คแจ็ค
ตารางคู่มือการเล่น

แบล็คแจ็ค กับสิ่งที่ต้องรู้ก่อนลงเงินเดิมพันจริง

คาสิโนออนไลน์ที่ฮิตและเป็นที่นิยมมากที่สุดต้องยกให้ sagod เปิดให้บริการกว่า 5 ปี การันตีความมั่นคงของเว็บด้วยสมาชิกผู้ใช้กว่าสองแสนคน และเงินหมุนเวียนกว่าวันละล้านบาท มีความยุติธรรมโปร่งใสตรวจสอบได้ มีระบบคาสิโนสดที่จะทำการถ่ายทอดสดคาสิโนจากต่างประเทศให้ผู้เล่นได้แทงตรงได้ทันที ให้บริการเกมส์หลากหลายไม่ว่าจะเป็น แบล็คแจ็ค บาคาร่า รูเล็ต น้ำเต้าปูปลา หรือเสือมังกร สามารถเพลิดเพลินไปกับการเล่นได้ตลอด 24 ชั่วโมง ที่สำคัญเล่นได้ทุกที่ทุกเวลา

 

รู้จักกับ ไพ่ แบล็คแจ็ค

แบล็คแจ็ค หรือ blackjack นั้นไม่ระบุชัดเจนว่ามีที่มาจากไหน แต่ประวัติของเกมส์ที่พบได้จากการเล่นครั้งแรกนั้นพบในนวนิยายเรื่องหนึ่ง เขียนโดยนักเขียนชาวสเปนนามว่า  Miguel de Cervantes ซึ่งเขาเป็นนักพนันเช่นกัน โดยในนิยายระบุว่าเกมส์นี้เป็นที่รู้จักกันดีในศตวรรษที่ 17 ในสเปน เกมนี้มีชื่อว่า “Twenty-One” โดยอ้างอิงจากวัตถุประสงค์ของเกมส์ ทำไพ่ให้ใกล้กับ 21 มากที่สุด แต่ต้องไม่เกิน และต้องมากกว่าเจ้ามือจึงจะชนะ

หลังจากหลายปีที่ผ่านมาแบล็คแจ็คได้มาถึงสหรัฐอเมริกา ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากจนถึงทุกวันนี้ คาสิโนทุกที่ล้วนแล้วแต่มีแบล็คแจ็คไว้ให้บริการ ด้วยความที่แบล็คแจ็คเป็นไพ่ที่ผู้เล่นต้องถือไพ่เล่นเอง จึงทำให้มีความตื่นเต้นท้าทาย ประกอบกับต้องมีไหวพริบในการเล่น ซึ่งรูปแบบการเล่นนั้นสามารถเล่นได้หลายแบบโดยจะอธิบายยังหัวข้อถัดไป ทั้งนี้อัตราการจ่ายเงินของแบล็คแจ็คนั้นก็ไม่ซ้ำกับเกมส์อื่น ซึ่งถือว่าเล่นแล้วได้กำไรงามกว่าเกมส์ไหนๆ

 

แบล็คแจ็ค
blackjack

 

การนับแต้มไพ่

  • ไพ่ 2-10 มีแต้มตามหน้าเลขไพ่
  • ไพ่ J Q K มีค่าเท่ากับ 10 แต้ม
  • A มีแต้ม 1 หรือ 11 แล้วต่ำไพ่บนมือ
    • เช่น A,9 = 10 แต้ม หรือ A,6 = 7 แต่หากเปิดไพ่ A ได้คู่กับไพ่ J Q K ไพ่ A จะมีค่าเท่ากับ 11 เช่น A,Q แต้มรวมเท่ากับ 21
  • แต้มรวมไพ่ 21 คือ Blackjack
  • กรณี Split แยกไพ่คู่ A หากได้แต้มรวม 21 ถือว่าไม่ได้แบล็คแจ็ค เพราะ Blackjack คือ 2 ใบแรกเท่ารวมกันนั้น

 

แบล็คแจ็ค
นับไพ่

 

ขั้นตอนการเล่น

  1. เมื่อผู้เล่นเข้าสู่การเล่นและพร้อมที่จะเล่นแล้ว ดีลเลอร์หรือผู้ดำเนินรายการ ทำการแจกไพ่ให้แก่ผู้เล่น และฝ่ายเจ้ามือ โดยทั้งสองฝ่ายจะได้ไพ่ฝ่ายละ 2 ใบ ซึ่งไพ่ของเจ้ามือจะหงายขึ้น 1 ใบ แต่ฝ่ายผู้เล่นจะคว่ำทั้ง 2 ใบ
  2. หากผลรวมไพ่ 2 ใบแรกยังไม่ Blackjack ผู้เล่นสามารถทำการ Hit หรือจั่วไพ่เพิ่มแล้วรวมแต้มไพ่ในมือให้ได้ใกล้เคียงหรือเท่ากับ 21 แต้มให้มากที่สุด หากผู้เล่นจั่วไพ่แล้วรวมแต้มออกมาเกิน 21 แต้ม จะถือว่าแพ้ในเกมนั้นทันที เพราะกฎของเกมส์นี้คือแต้มรวมของไพ่นั้นจะต้องไม่เกิน 21
  3. ในกรณีที่เจ้ามือรวมแต้มไพ่แล้วได้น้อยกว่า 17 แต้ม เจ้ามือจะจั่วไพ่เพิ่มได้ และจะหยุดจั่วได้ก็ต่อเมื่อแต้มรวมของไพ่อยู่ระหว่าง 17 ถึง 21 แต้มเท่านั้น
  4. ในส่วนของผู้เล่นนั้นสามารถเลือกได้ว่าจะจั่วไพ่หรือไม่ก็ได้ และไม่จำกัดจำนวนครั้งในการจั่ว โดยไม่มีกฎว่าในมือของท่านจะรวมไพ่แล้วได้กี่แต้ม
  5. หากท่านไม่ทำการจั่วไพ่ในเวลาที่กำหนด ระบบจะถือว่าท่าน อยู่ หรือ stand โดยอัตโนมัติ

 

ศัพท์เทคนิคไพ่ แบล็คแจ็ค

  • Blackjack : การแจกไพ่ 2 ใบแรกแล้วได้คะแนน 21 แต้ม
  • Hit : จั่ว หรือการเรียกไพ่เพิ่ม
  • Stand : หมายถึงการหยุด หรืออยู่ ไม่จั่วไพ่เพิ่ม พอใจคะแนนของไพ่แล้ว โดยอายใช้คำว่า Stay, Stick, Stand pat
  • Double down : คือ ลงเดิมพันเพิ่ม 100% เมื่อเห็นไพ่ 2 ใบแรกแล้วคาดว่ามีโอกาสชนะเจ้ามือแน่นอน แต่หากจั่วไพ่เพิ่มแล้ว จะไม่สามารถทำได้
  • Split : กรณีแจก 2 ใบแรกเป็นไพ่คู่ สามารถแยกไพ่ออกเป็น 2 มือ ซึ่งการจ่ายเงินนั้นจะจ่ายเท่ากับ 1 มือ
  • Insurance : ใช้ในกรณีแจก 2 ใบแรก เมื่อไพ่ใบแรกของเจ้ามือคือ A ซึ่งมีสิทธิ์ชนะสูง สามารถเลือกเพิ่มเงินสู้ได้ครึ่งหนึ่งของเงินเดิมพัน โดยหากเจ้ามือชนะได้ แบล็กแจ็ค ผู้เล่นจะได้เงินตรงนี้ที่ทำ Insurance แต่หากเจ้ามือแพ้ก็จะริบเงินตรงนี้ไป
  • Even Money : เมื่อผู้เล่นได้ไพ่ แบล็กแจ๊ค สามารถเลือก “เก็บก่อน” ซึ่งจะทำให้ท่านชนะด้วยอัตราจ่าย 1:1 แต่ หากไม่เลือก เก็บก่อน และต้องการลุ้นไพ่เจ้ามือ ถ้าเจ้ามือได้ แบล็กแจ๊ค ก็ถือว่าเสมอ แต่ถ้าเจ้ามือแพ้จะได้ราคาจ่าย 2:3

 

เล่นแบล็คแจ็คกับ sagod

หากท่านกำลังมองหาเว็บคาสิโนที่น่าเชื่อถือสำหรับเล่นแบล็คแจ็คนั้น sagod เป็นอีกหนึ่งเว็บไซต์ที่เป็นตัวเลือกที่ดีในการเล่น เพราะเว็บของเราเป็นเว็บที่มั่นคง ปลอดภัย ด้วยสมาชิกกว่าสองแสนคน เล่นจริงจ่ายจริง ที่สำคัญมีระบบฝาก/ถอนเงินอัตโนมัติให้บริการท่านตลอด 24 ชั่วโมง

แบล็คแจ็คของ sagod นั้นเป็นการเล่นแบบคาสิโนสด ท่านสามารถแข่งกับดีลเลอร์ได้ด้วยระบบออนไลน์ โดยมีการถ่ายทอดสดการเล่นคาสิโนผ่านทางเว็บไซต์ ทำให้ท่านได้บรรยากาศเหมือนเล่นในบ่อนจริง ที่สำคัญกติกาที่ใช้ในการเล่นนั้นก็เป็นกติกาสากลที่เล่นกันทั่วโลก รับประกันความโปร่งใส ไม่มีการล็อคไพ่แน่นอน เพราะเว็บของเราบริการแบบมืออาชีพ

 

แบล็คแจ็ค
sagod

 

แบล็ค แจ็ค ออนไลน์ เล่นจริง ได้เงินจริงต้องที่ sagod

คาสิโนออนไลน์ที่ดีที่สุดต้องยกให้ sagod เว็บคาสิโนในเครือ sagaming เว็บคุณภาพชั้นนำของไทย เต็มเปี่ยมไปด้วยการให้บริการที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเกมส์ แบล็ค แจ็ค ออนไลน์ บาคาร่า รูเล็ต หรือจะเป็นเสือมังกร ทั้งนี้ทางเว็บยังได้มีการอัปเดตให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา มีบริการถ่ายทอดสดคาสิโนจากต่างประเทศมาให้ผู้เล่นได้แทงกันสดๆ เล่นจริง ได้เงินจริงต้องที่นี้ sagod เท่านั้น

 

ไพ่แบล็คแจ็คคืออะไร

ไพ่แบล็คแจ็ค เป็นไพ่ที่ใช้เลข 21 เข้ามาในการตัดสิน โดยเป้าหมายของเกมส์นั้นผู้เล่นจะต้องทำการรวมแต้มให้เท่ากับ 21 ให้ได้ แต่หากเกินกว่านั้นจะถูกปรับแพ้ในทันที ทั้งนี้ไม่เพียงแต่ต้องรวมไพ่แล้ว ผู้เล่นต้องทำการแข่งขันกับเจ้ามือให้มีแต้มไพ่เยอะกว่า ซึ่งจุดเด่นของเกมส์นี้คือการที่ผู้เล่นต้องถือไพ่เอง และเป็นผู้วิเคราะห์ไพ่ในมือเอง โดยการเริ่มต้นของแบล็คแจ็คนั้น เดิมทีพบว่ามีการเล่นในรูปแบบเดียวกันนี้ในหลายๆ เกมส์

โดยที่ประเทศอิตาลี มีการนับไพ่ให้ผลรวมเท่ากับ 7.5 แต่หากไพ่เกินกว่านี้ก็ถือว่าแพ้ไปในทันที ซึ่งในประเทศสเปนก็มีการเล่นไพ่ในลักษณะเดียวกัน โดยจะใช้ผลรวมเท่ากับ 31 แต้ม หากเกินกว่านี้ก็ถือว่าแพ้ทันที ต่อมาเกมส์นี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้มีกติกาที่เป็นสากลมากขึ้น โดยคาสิโนที่เวกันดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กำหนดกติกาว่าจะต้องรวมไพ่ให้ได้ 21 แต้ม และมีอัตราการจ่ายเงินที่ชัดเจนคือเมื่อได้ไพ่ แบล็ค แจ็ค หรือเท่ากับ 21 ท่านจะได้รับเงินรางวัลในอัตรา 1:1

แบล็ค แจ็ค ออนไลน์ เล่นจริง ได้เงินจริงต้องที่ sagod
ไพ่แบล็คแจ็ค

 

แบล็ค แจ็ค ออนไลน์

ในอดีตหากผู้เล่นต้องการเล่นแบล็คแจ็คนั้น จำเป็นต้องเดินทางไปเล่นยังบ่อนคาสิโนเพราะเกมส์แบล็คแจ็คนั้นเป็นเกมส์ที่ฮิตมากในคาสิโน แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้น ผู้เล่นสามารถเล่นแบบออนไลน์ โดยใช้สัญญาณภาพที่ส่งมาจากบ่อนเข้าสู่เว็บไซต์ในรูปแบบของวิดีโอออนไลน์ เพื่อให้ผู้เล่นสามารถพนันผ่านเว็บได้แบบเรียลไทม์ ผู้เล่นจะเห็นดีลเลอร์ทำการแจกไพ่และเปิดไพ่ในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ได้มีการพัฒนาเป็นระบบแอปพลิเคชันในการเล่นเกมส์เพื่อเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และสะดวกสบายกว่าเดิม ใช้เวลาในการโหลดน้อยกว่า สะดวกกว่าหลายเท่าตัว

แบล็ค แจ็ค ออนไลน์ เล่นจริง ได้เงินจริงต้องที่ sagod
แบล็ค แจ็ค ออนไลน์

 

กติกาและวิธีการเล่น

ค่าของไพ่แต่ละใบ

ในส่วนของแบล็คแจ็คนั้น ค่าของไพ่ส่วนใหญ่จะเท่ากับ 10 เพราะเป็นเกมส์ที่ต้องรวมไพ่ให้ได้เท่ากับ 21 ซึ่งไพ่แต่ละใบของแบล็คแจ็คมีค่าดังต่อไปนี้

  • ไพ่ A เป็นไพ่ที่มี 2 ค่า คือเมื่อเปิด A ได้คู่กับตัวเลข A จะมีค่าเท่ากับ 1 แต่หากเปิดได้คู่กับไพ่ฝรั่ง จะมีค่าเท่ากับ 11 ทั้งนี้ไพ่ A เป็นไพ่ที่สำคัญมาก เพราะสามารถทำแบล็คแจ็คได้ใน 2 ใบแรก
  • ไพ่ 2-10 มีค่าตามหน้าไพ่
  • J Q K หรือไพ่ฝรั่ง มีค่าเท่ากับ 10 เมื่อเปิดได้คู่กับ A จะได้ค่าเท่ากับ 21

การรวมแต้มของแบล็คแจ็คมีดังต่อไปนี้

  • หากเปิดไพ่ 2 ใบ ได้ไพ่ตัวเลข 3,9 ผลรวมเท่ากับ 12 , ได้ไพ่เลข 9,9 ผลรวมเท่ากับ 18
  • ในกรณีที่ได้ไพ่ J, A ผลรวมเท่ากับ 21 คือได้ “แบล็คแจ็ค”
  • ในกรณีที่เปิดไพ่ 3 ใบให้นำตัวเลขบนไพ่มารวมกันได้เลย ในกรณีนี้ถึงแม้จะได้ไพ่ฝรั่งและ A แต่จำนวนไพ่มากกว่า 2 ใบขึ้นไป A จะมีค่าเท่ากับ 1 ในทันที เช่น 8, A, K ผลรวมเท่ากับ 19 เป็นต้น
แบล็ค แจ็ค ออนไลน์ เล่นจริง ได้เงินจริงต้องที่ sagod
นับแต้มไพ่

 

อัตราการจ่ายเงิน แบล็ค แจ็ค ออนไลน์

การเล่นแบล็คแจ็คนั้น มีอัตราการจ่ายเงินหลายรูปแบบ เพราะในการเล่นนั้นสามารถเล่นได้หลายรูปแบบ หากได้ไพ่เท่ากับ 21 จะเรียกว่าแบล็คแจ็ค และชนะเจ้ามือทันที ทั้งนี้ผู้เล่นสามารถชนะเจ้ามือได้ด้วยแต้มที่มากกว่า และมีตัวเลือกในการเล่นแบบต่างๆ โดยอัตราการจ่ายมีดังต่อไปนี้

  • ถ้าได้ 21 แต้ม แบบ 2 ใบแรก จะชนะได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอเจ้ามือเปิดไพ่ ได้รับเงินเดิมพันเท่ากับ 1.5 เท่า
  • หากชนะไพ่แบล็คแจ็ค 21 แต้ม แบบ 3 ใบ จะได้รับเงินเดิมพัน 2 เท่า
  • ถ้าเป็นไพ่ธรรมดาที่ชนะกันด้วยแต้ม ไม่ใช่แบล็คแจ็ค จะให้อัตราการจ่าย 1 เท่า
  • การแยกไพ่จะจ่ายให้ขาละ 1 เท่า
  • การเล่นแบล็คแจ็คแบบประกันหรือ Insurance จะได้คืน 2 เท่า

 

แนวทางและวิธีเล่น แบล็ค แจ็ค ออนไลน์

Hit : หมายถึงการจั่วไพ่เพิ่ม ซึ่งผู้เล่นสามารถจั่วไพ่เพิ่มได้จนกว่าจะได้แต้มเท่ากับ 21

Stand : คือการพักหรือการขอหยุดไพ่ เนื่องจากได้แต้มเป็นที่พึงพอใจแล้ว เมื่อทำการ stand ดีลเลอร์จะทำการเปิดไพ่ของตัวเองทันที

Double Down : หากมั่นใจว่าไพ่มีโอกาสชนะแน่นอน ผู้เล่นสามารถเพิ่มวงเงินเดิมพันให้สูงขึ้นก็จะถูกเรียกว่า Double Down โดยการเพิ่มวงเงินเดิมพันนั้นสามารถเพิ่มได้สูงถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทำได้หลังจากการแจกไพ่ครบ 2 ใบแล้วเท่านั้น หากมีการจั่วไพ่เพิ่มจะไม่สามารถทำได้

Split : เป็นการแยกไพ่ออกเป็น 2 ขา สามารถทำได้เมื่อต้องการแยกไพ่ออกเป็น 2 กอง โดยมักจะทำเมื่อได้ไพ่คู่ และที่สำคัญในแต่ละขานั้นจะจ่ายเงินหากชนะเท่ากับการเล่นขาเดียว

Surrender : คือการหมอบ หากผู้เล่นคาดเดาว่าไพ่ในมืออาจจะแพ้ให้กับเจ้ามือ หรือไพ่ที่เรียกเพิ่มอาจจะมากกว่า 21 ซึ่งไม่มีทางชนะได้ ผู้เล่นสามารถทำ Surrenderได้ทันที

Insurance : เป็นการทำประกันแบล็คแจ็ค เพื่อไม่ให้เสียเงินไปทั้งหมด สามารถทำได้เมื่อผู้เล่นคาดว่าเจ้ามือน่าจะมีโอกาสได้แบล็คแจ็ค เมื่อประกันแล้วถ้าทางฝั่งของเจ้ามือเกิดแบล็คแจ็คขึ้นมาจริง ผู้เล่นจะได้เงินคืนแบบเต็มจำนวนที่ประกันไว้ แต่ถ้าเจ้ามือไม่แบล็คแจ็คก็จะเสียเงินเดิมพันนั้นไปทั้งหมด

LineID : @iConig