[tigabet-register-navbar cl="elementor-button-link elementor-button elementor-size-sm sagod-register"]

แบล็ค แจ็ค ออนไลน์ เล่นจริง ได้เงินจริงต้องที่ sagod

คาสิโนออนไลน์ที่ดีที่สุดต้องยกให้ sagod เว็บคาสิโนในเครือ sagaming เว็บคุณภาพชั้นนำของไทย เต็มเปี่ยมไปด้วยการให้บริการที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นเกมส์ แบล็ค แจ็ค ออนไลน์ บาคาร่า รูเล็ต หรือจะเป็นเสือมังกร ทั้งนี้ทางเว็บยังได้มีการอัปเดตให้ทันสมัยอยู่ตลอดเวลา มีบริการถ่ายทอดสดคาสิโนจากต่างประเทศมาให้ผู้เล่นได้แทงกันสดๆ เล่นจริง ได้เงินจริงต้องที่นี้ sagod เท่านั้น

 

ไพ่แบล็คแจ็คคืออะไร

ไพ่แบล็คแจ็ค เป็นไพ่ที่ใช้เลข 21 เข้ามาในการตัดสิน โดยเป้าหมายของเกมส์นั้นผู้เล่นจะต้องทำการรวมแต้มให้เท่ากับ 21 ให้ได้ แต่หากเกินกว่านั้นจะถูกปรับแพ้ในทันที ทั้งนี้ไม่เพียงแต่ต้องรวมไพ่แล้ว ผู้เล่นต้องทำการแข่งขันกับเจ้ามือให้มีแต้มไพ่เยอะกว่า ซึ่งจุดเด่นของเกมส์นี้คือการที่ผู้เล่นต้องถือไพ่เอง และเป็นผู้วิเคราะห์ไพ่ในมือเอง โดยการเริ่มต้นของแบล็คแจ็คนั้น เดิมทีพบว่ามีการเล่นในรูปแบบเดียวกันนี้ในหลายๆ เกมส์

โดยที่ประเทศอิตาลี มีการนับไพ่ให้ผลรวมเท่ากับ 7.5 แต่หากไพ่เกินกว่านี้ก็ถือว่าแพ้ไปในทันที ซึ่งในประเทศสเปนก็มีการเล่นไพ่ในลักษณะเดียวกัน โดยจะใช้ผลรวมเท่ากับ 31 แต้ม หากเกินกว่านี้ก็ถือว่าแพ้ทันที ต่อมาเกมส์นี้ได้ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อให้มีกติกาที่เป็นสากลมากขึ้น โดยคาสิโนที่เวกันดา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้กำหนดกติกาว่าจะต้องรวมไพ่ให้ได้ 21 แต้ม และมีอัตราการจ่ายเงินที่ชัดเจนคือเมื่อได้ไพ่ แบล็ค แจ็ค หรือเท่ากับ 21 ท่านจะได้รับเงินรางวัลในอัตรา 1:1

แบล็ค แจ็ค ออนไลน์ เล่นจริง ได้เงินจริงต้องที่ sagod
ไพ่แบล็คแจ็ค

 

แบล็ค แจ็ค ออนไลน์

ในอดีตหากผู้เล่นต้องการเล่นแบล็คแจ็คนั้น จำเป็นต้องเดินทางไปเล่นยังบ่อนคาสิโนเพราะเกมส์แบล็คแจ็คนั้นเป็นเกมส์ที่ฮิตมากในคาสิโน แต่เมื่อเทคโนโลยีพัฒนามากขึ้น ผู้เล่นสามารถเล่นแบบออนไลน์ โดยใช้สัญญาณภาพที่ส่งมาจากบ่อนเข้าสู่เว็บไซต์ในรูปแบบของวิดีโอออนไลน์ เพื่อให้ผู้เล่นสามารถพนันผ่านเว็บได้แบบเรียลไทม์ ผู้เล่นจะเห็นดีลเลอร์ทำการแจกไพ่และเปิดไพ่ในทุกขั้นตอน นอกจากนี้ได้มีการพัฒนาเป็นระบบแอปพลิเคชันในการเล่นเกมส์เพื่อเข้าถึงได้ง่ายขึ้น และสะดวกสบายกว่าเดิม ใช้เวลาในการโหลดน้อยกว่า สะดวกกว่าหลายเท่าตัว

แบล็ค แจ็ค ออนไลน์ เล่นจริง ได้เงินจริงต้องที่ sagod
แบล็ค แจ็ค ออนไลน์

 

กติกาและวิธีการเล่น

ค่าของไพ่แต่ละใบ

ในส่วนของแบล็คแจ็คนั้น ค่าของไพ่ส่วนใหญ่จะเท่ากับ 10 เพราะเป็นเกมส์ที่ต้องรวมไพ่ให้ได้เท่ากับ 21 ซึ่งไพ่แต่ละใบของแบล็คแจ็คมีค่าดังต่อไปนี้

  • ไพ่ A เป็นไพ่ที่มี 2 ค่า คือเมื่อเปิด A ได้คู่กับตัวเลข A จะมีค่าเท่ากับ 1 แต่หากเปิดได้คู่กับไพ่ฝรั่ง จะมีค่าเท่ากับ 11 ทั้งนี้ไพ่ A เป็นไพ่ที่สำคัญมาก เพราะสามารถทำแบล็คแจ็คได้ใน 2 ใบแรก
  • ไพ่ 2-10 มีค่าตามหน้าไพ่
  • J Q K หรือไพ่ฝรั่ง มีค่าเท่ากับ 10 เมื่อเปิดได้คู่กับ A จะได้ค่าเท่ากับ 21

การรวมแต้มของแบล็คแจ็คมีดังต่อไปนี้

  • หากเปิดไพ่ 2 ใบ ได้ไพ่ตัวเลข 3,9 ผลรวมเท่ากับ 12 , ได้ไพ่เลข 9,9 ผลรวมเท่ากับ 18
  • ในกรณีที่ได้ไพ่ J, A ผลรวมเท่ากับ 21 คือได้ “แบล็คแจ็ค”
  • ในกรณีที่เปิดไพ่ 3 ใบให้นำตัวเลขบนไพ่มารวมกันได้เลย ในกรณีนี้ถึงแม้จะได้ไพ่ฝรั่งและ A แต่จำนวนไพ่มากกว่า 2 ใบขึ้นไป A จะมีค่าเท่ากับ 1 ในทันที เช่น 8, A, K ผลรวมเท่ากับ 19 เป็นต้น
แบล็ค แจ็ค ออนไลน์ เล่นจริง ได้เงินจริงต้องที่ sagod
นับแต้มไพ่

 

อัตราการจ่ายเงิน แบล็ค แจ็ค ออนไลน์

การเล่นแบล็คแจ็คนั้น มีอัตราการจ่ายเงินหลายรูปแบบ เพราะในการเล่นนั้นสามารถเล่นได้หลายรูปแบบ หากได้ไพ่เท่ากับ 21 จะเรียกว่าแบล็คแจ็ค และชนะเจ้ามือทันที ทั้งนี้ผู้เล่นสามารถชนะเจ้ามือได้ด้วยแต้มที่มากกว่า และมีตัวเลือกในการเล่นแบบต่างๆ โดยอัตราการจ่ายมีดังต่อไปนี้

  • ถ้าได้ 21 แต้ม แบบ 2 ใบแรก จะชนะได้ทันที โดยไม่จำเป็นต้องรอเจ้ามือเปิดไพ่ ได้รับเงินเดิมพันเท่ากับ 1.5 เท่า
  • หากชนะไพ่แบล็คแจ็ค 21 แต้ม แบบ 3 ใบ จะได้รับเงินเดิมพัน 2 เท่า
  • ถ้าเป็นไพ่ธรรมดาที่ชนะกันด้วยแต้ม ไม่ใช่แบล็คแจ็ค จะให้อัตราการจ่าย 1 เท่า
  • การแยกไพ่จะจ่ายให้ขาละ 1 เท่า
  • การเล่นแบล็คแจ็คแบบประกันหรือ Insurance จะได้คืน 2 เท่า

 

แนวทางและวิธีเล่น แบล็ค แจ็ค ออนไลน์

Hit : หมายถึงการจั่วไพ่เพิ่ม ซึ่งผู้เล่นสามารถจั่วไพ่เพิ่มได้จนกว่าจะได้แต้มเท่ากับ 21

Stand : คือการพักหรือการขอหยุดไพ่ เนื่องจากได้แต้มเป็นที่พึงพอใจแล้ว เมื่อทำการ stand ดีลเลอร์จะทำการเปิดไพ่ของตัวเองทันที

Double Down : หากมั่นใจว่าไพ่มีโอกาสชนะแน่นอน ผู้เล่นสามารถเพิ่มวงเงินเดิมพันให้สูงขึ้นก็จะถูกเรียกว่า Double Down โดยการเพิ่มวงเงินเดิมพันนั้นสามารถเพิ่มได้สูงถึง 100 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งทำได้หลังจากการแจกไพ่ครบ 2 ใบแล้วเท่านั้น หากมีการจั่วไพ่เพิ่มจะไม่สามารถทำได้

Split : เป็นการแยกไพ่ออกเป็น 2 ขา สามารถทำได้เมื่อต้องการแยกไพ่ออกเป็น 2 กอง โดยมักจะทำเมื่อได้ไพ่คู่ และที่สำคัญในแต่ละขานั้นจะจ่ายเงินหากชนะเท่ากับการเล่นขาเดียว

Surrender : คือการหมอบ หากผู้เล่นคาดเดาว่าไพ่ในมืออาจจะแพ้ให้กับเจ้ามือ หรือไพ่ที่เรียกเพิ่มอาจจะมากกว่า 21 ซึ่งไม่มีทางชนะได้ ผู้เล่นสามารถทำ Surrenderได้ทันที

Insurance : เป็นการทำประกันแบล็คแจ็ค เพื่อไม่ให้เสียเงินไปทั้งหมด สามารถทำได้เมื่อผู้เล่นคาดว่าเจ้ามือน่าจะมีโอกาสได้แบล็คแจ็ค เมื่อประกันแล้วถ้าทางฝั่งของเจ้ามือเกิดแบล็คแจ็คขึ้นมาจริง ผู้เล่นจะได้เงินคืนแบบเต็มจำนวนที่ประกันไว้ แต่ถ้าเจ้ามือไม่แบล็คแจ็คก็จะเสียเงินเดิมพันนั้นไปทั้งหมด

 1,157 views

PARABOY
PARABOY
LineID : @iConig