[tigabet-register-navbar cl="elementor-button-link elementor-button elementor-size-sm sagod-register"]

ไพ่ แบล็คแจ็ค ออนไลน์ กับสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเล่นไพ่

sagod เว็บคาสิโนชั้นนำอันดับหนึ่งของไทย ที่กำลังมาแรงและเป็นกระแสยอดนิยมที่สุดในปีนี้ เปิดให้บริการ คาสิโน สด ด้วยบริการเกมส์ออนไลน์หลากหลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นบาคาร่า ไพ่ แบล็คแจ็ค รูเล็ต หรือเสือมังกรก็มีให้บริการอย่างครบถ้วนทุกเกมส์ ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีรูปแบบเกมส์ให้เลือกเล่นกว่า 100 รูปแบบ ทำให้ผู้เล่นเพลิดเพลินไปกับเกมส์ได้ตลอดเวลา ทั้งนี้มีบริการฝาก/ถอนเงินสดอัตโนมัติฟรีค่าธรรมเนียมตลอด 24 ชั่วโมง พิเศษสมัครสมาชิกวันนี้รับโบนัสฟรีทันที 120%

 

ไพ่ แบล็คแจ็ค คืออะไร

ไพ่ แบล็คแจ็ค เป็นไพ่ที่มีกติกาหลักคือต้องรวมไพ่ให้ได้เท่ากับ 21แต้ม โดยผู้เล่นจะต้องทำการรวมไพ่ในมือให้ได้เท่ากับหรือใกล้เคียงกับ 21 มากที่สุดหากเกินกว่านั้นจะถือว่าแพ้ในทันที นอกจากนั้นผู้เล่นจะต้องแข่งขันกับเจ้ามือว่าใครจะมีแต้มมากกว่ากัน หรือได้ไพ่เท่ากับ 21 การเล่นเกมส์นี้เป็นที่นิยมในหมู่นักพนันที่ชื่นชอบความท้าทาย เพราะผู้เล่นจะต้องทำการถือไพ่เองและตัดสินใจในการเดินไพ่ด้วยตัวเอง ซึ่งแตกต่างจากไพ่ชนิดอื่นที่เพียงทายว่าฝ่ายใดจะได้แต้มมากกว่ากัน

หากพูดถึงประวัติของไพ่แบล็คแจ็คแล้ว ต้องย้อนไปเมื่อศตวรรษที่ 18 ในประเทศอิตาลีมีการคิดค้นไพ่ชนิดหนึ่งขึ้นมา ซึ่งไพ่ชนิดนี้มีกติกาคือกำหนดเป้าหมายผลรวมไพ่เอาไว้ ผู้เล่นต้องรวมไพ่ให้ถึงตัวเลขนั้นๆ ซึ่งเดิมทีกำหนดอยู่ที่ 7.5 ต่อมาได้มีการพัฒนามากขึ้นจนประเทศฝรั่งเศสได้มีการกำหนดแต้มใหม่เป็น 17-18 แต้ม เกมส์นี้ได้นิยมเป็นอย่างมาก

แต่อย่างไรก็ตามรูปแบบของเกมส์ได้ถูกพัฒนาให้มีกติกาสากลโดยกำหนดให้เลข 21 เป็นเป้าหมายของการเล่นเกมส์เท่านั้น ซึ่งผู้เล่นต้องรวมไพ่ให้เท่ากับ 21 ในการเล่นนั้น สามารถมีผู้เล่นหลายคน เพื่อเป็นการเพิ่มเงินรางวัลในโต๊ะ เมื่อเกมส์นี้มีกติกาที่แน่นอนแล้ว คาสิโนทั่วโลกจึงจัดให้เกมส์นี้เป็นอีกหนึ่งในเกมส์ไพ่ที่สำคัญในบ่อนคาสิโน การเล่นแบล็คแจ็คออนไลน์นั้นพัฒนาไปมาก โดยได้มีการพัฒนาไพ่แบล็คแจ็คให้สามารถเล่นผ่านระบบออนไลน์ได้

 

ไพ่ แบล็คแจ็ค
ไพ่แบล็คแจ็ค

 

วิธีการเล่น ไพ่ แบล็คแจ็ค

วิธีการเล่นนั้นผู้เล่นจะต้องทำการรวมแต้มของไพ่ให้ได้เท่ากับ 21 หรือใกล้เคียง ซึ่งผู้เล่นสามารถจั่วไพ่เพิ่มได้จนกว่าจะพอใจ รูปแบบการนับแต้มของแบล็คแจ็คมีดังต่อไปนี้

การนับไพ่

  •  A มีค่าเท่ากับ 1 หรือ 11 โดยจะมีค่าเท่ากับ 1 เมื่อเปิดได้คู่กับไพ่ตัวเลข และจะมีค่าเท่ากับ 11 เมื่อเปิดได้คู่กับไพ่ฝรั่งใน 2 ใบแรกเท่านั้น
  • 2- 10 มีค่าตามหน้าไพ่
  • ไพ่ J Q K มีค่าเท่ากับ 10

 

ไพ่ แบล็คแจ็ค
การนับแต้มไพ่

 

วิธีการรวมแต้ม

วิธีการรวมแต้มตัวเลขนั้น ผู้เล่นสามารถจั่วไพ่เพิ่มได้เรื่อยๆ โดยไม่จำกัดจำนวนไพ่ แต่ต้องไม่ให้เกิน 21 แต้ม เช่น

  • ได้ 9 และ 3 รวมกันเป็น 12 ท่านสามารถจั่วไพ่ได้อีก
  • หากได้ K และ 7 รวมกันเป็น 17 ไม่สามารถจั่วไพ่เพิ่มเพราะได้แต้มเท่ากับ 17 โดยเงื่อนไขของเกมส์ระบุไว้ว่าหากได้ไพ่ตั้งแต่ 17 แต้มขึ้นไปต้องอยู่
  • หากได้ K, A รวมเป็น 21 ถือว่าแบล็คแจ็ค จะชนะไปในทันที
  •  J และ 6 และ A ผลรวมจะเท่ากับ 17 ในกรณีนี้ไพ่ A เปิดได้คู่กับไพ่ฝรั่ง แต่เป็นไพ่ใบที่ 3 ดังนั้นไพ่ A จะมีค่าเท่ากับ 1

 

 

คำศัพท์ที่ต้องรู้ก่อนการเดิมพัน

ในการเลือกรูปแบบเดิมพันนั้น ท่านต้องคำนึงเสมอว่าเป้าหมายของเกมส์ต้องทำให้ไพ่มีแต้มเข้าใกล้ 21 แต้ม ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ แต่ต้องไม่เกินนั้น ท่านต้องตัดสินใจหลังจากได้ไพ่ในรอบแรก โดยรูปแบบการเลือกเดิมพันเกมส์ไพ่แบล็คแจ็ค มีดังนี้

Hit คือการจั่วไพ่ ในกรณีที่ท่านต้องการแต้มเพิ่ม โดยสามารถจั่วเพิ่มกี่ใบก็ได้
Stand (Stay, Stick, Stand pat) เป็นการหยุดการขอไพ่หรือพอใจในหน้าไพ่ที่มีอยู่ซึ่งอาจจะเรียกว่า พอ , อยู่ หรือ ยืน ก็ได้
Double Down เป็นการเพิ่มมูลค่าการเดิมพันหลังจากมีการแจกไพ่ครบ 2 ใบแล้วซึ่งการเพิ่มมูลค่าการเดิมพันนั้นสามารถวางเดิมพัน เพิ่มขึ้นได้ 100% ตาม กฎของแบล็คแจ็ค
Split  เป็นรูปแบบของการแยกไพ่หรือขอแยกไพ่ในกรณีที่ได้รับการแจกไพ่ซึ่งมีรูปแบบของหน้าไพ่ที่มีแต้มเท่ากันทั้ง 2 ใบเช่นการได้รับแต้ม 3 แต้มพร้อมกันหรือแต้มเท่าไหร่ก็ตามเราสามารถที่จะทำการแยกไพ่ออกได้เป็น 2 ชุด
Surrender การหมอบหรือยอมแพ้ซึ่งจะเป็นการยอมหลังจากได้ไพ่ 2 ใบแล้วเท่านั้นแต่ในกรณีที่มีการขอไฟเพิ่มไม่สามารถที่จะบอกได้
Insurance หรือ ประกัน  เมื่อเห็นใบแรกของเจ้ามือเป็น A มีโอกาสที่เจ้ามือจะชนะสูง ดังนั้นผู้เล่นสามารถใช้ Insurance เพื่อประกันเงินเดิมพัน หากเจ้ามือชนะเดิมพันผู้เล่นจะได้เงินประกันคืน แต่หากเจ้ามือแพ้เงินประกันจะถูกเก็บไป

 

ไพ่ แบล็คแจ็ค
ศัพท์ ไพ่ แบล็คแจ็ค

 

อัตราการจ่ายเงินแบล็คแจ็ค 

  • การชนะ แบบธรรมดา จะมีอัตราการจ่ายเงิน อยู่ที่ 1:1  วางเดิมพัน 100 ได้ 100
  • การชนะ แบบแบล็คแจ็ค (เปิดไพ่ 2 ใบ มีแต้ม 21) จะมีอัตราการจ่ายเงิน อยู่ที่ 1.5 : 1 วางเดิมพัน 100 ได้ 150
  • เดิมพันประกัน หากไพ่ของเจ้ามือ ได้ไพ่  A หรือ Ace การทำประกัน จะต้องวางเดิมพันอีกเท่าตัว หากไพ่ของเจ้ามือเป็นแบล็กแจ็ค จะได้รับเงินครึ่งหนึ่ง ของเงินเดิมพัน มีอัตราการจ่าย อยู่ที่ 2:1 แต่หากเจ้ามือไม่ได้ BLACKJACK จะเสียเงินประกันทันที
  • เก็บก่อน หากผู้เล่นได้ ไพ่แบล็กแจ็ค และใบแรกของเจ้ามือเป็น A หรือ Ace และเลือกที่จะ เก็บก่อน ไม่ว่าไพ่ของเจ้ามือจะมีแต้มเป็นเท่าไร ผู้เล่นจะได้เดิมพัน 1 เท่า อัตราการจ่ายอยู่ 1:1

 

 702 views

PARABOY
PARABOY
LineID : @iConig